SOPA+Drama=Soap Opera
posted on 19 Jan 2012 14:32 by daejuehwanวันนี้ผมจะเกาะกระแสที่กำลังแรง อย่างกฏหมายต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ใหม่ที่มีชื่อว่า SOPA ครับ บทความนี้ผมกะว่าจะเขียนสองภาษาเลย
เริ่มต้น SOPA คืออะไร SOPA ย่อมาจาก Stop Online Privacy Act ซึ่งก็คือกฏหมายต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งทำให้ทั้งรัฐบาลและเอกชนสามารถจัดการเว็บไซต์ที่กระทำการเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ได้ พูดง่ายๆคือ ค่ายเพลงสามารถจัดการเว็บดาวน์โหลดเพลงฟรีได้ ค่ายหนังจัดการเว็บไซต์วิดิโอได้ สำนักพิมพ์สามารถเล่นงานเว็บที่ให้โหลดนิยายฟรีได้ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งที่เรียกว่า PIPA (Protect Intellectual Property Act) หรือก็คือกฏหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นอีกมาตราที่ออกมาเพื่อคุ้มครองผู้สร้างผลงานอีกด้วย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างเข็นครับ ซึ่งผมเองก็คงบอกไม่ได้ว่ามันมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง
SOPAปิดเว็บไซต์อย่างไร?
SOPA นั้นมอบอำนาจให้ทั้งรัฐบาลและเอกชนสามารถปิดเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และไม่ใช่ปิดแบบเข้าไม่ได้แต่แฮ็คได้แบบเมืองสาระขัน หากแต่เอกชนหรือรัฐบาลสามารถจัดการเว็บไซต์แบบล้วงเข้าไปถึงเซิฟเวอร์และโดเมนของมันได้เลยครับ
นอกจากนี้ SOPA ยังทำให้การโพสลิงค์ที่ทำผิดกฏหมายละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความผิดอีกด้วย ดังนั้นเว็บไซต์ต่างๆที่มีลิงค์ของเว็บไซต์เหล่านี้ก็โดนไปเต็มๆ
กล่าวง่ายๆ เช่น ลงลิงค์ของเว็บไซต์AA ซึ่ง(สมมุติ)ว่าถูกฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วลิงค์เว็บไซต์AA ไปโผล่บนเว็บไซต์B เว็บไซต์ฺB จะมีความผิดไปด้วย เพราะมีลิงค์ของเว็บไซต์ที่ว่า เข้าข่ายเผยแพร่เลยทีเดียว
SOPA ยังมอบอำนาจให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องไปยังเว็บบริการจ่ายเงินเพื่อบริการ (เช่นPaypal, Steam ฯลฯ) ให้ยกเลิกการให้บริการเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์
กล่าวคือผู้เสียหายสามารถขอให้เว็บจ่ายเงินเลิกสนับสนุนเงินให้กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ได้นั่นเอง นอกจากนี้เว็บไซต์ให้บริการจ่ายเงินที่ว่ายังยกเลิกการใ้ห้บริการเว็บที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์สามารถเข้าได้ด้วยอีกวิธีหนึ่ง คือการพิมพ์IP Address ลงไปในช่องsearch ของอินเตอร์เน็ตเบราเซอร์ ดังนั้นก็เลยมีระบบเพื่อขัดขวางการเชื่อมต่อเข้ากับเว็บไซต์ผ่านทางIPแบบนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Protect IP อย่างไรก็ตามระบบนี้ััมันจะล้วงข้อมูลภายในของเซิฟเวอร์ด้วย ทำให้ความปลอดภัยของเซิฟเวอร์ลดลง
SOPA เองยังครอบคลุมไปถึงการปกป้ององค์ความรู้ต่างๆด้วย อย่างเช่นหากเอาเนื้อข่าว เนื้อหาจากเว็บไซต์ต่างๆไปโพสต่อ คนโพสก็มีความผิดด้วย จึงไม่น่าแปลกที่วิกิพีเดียภาษาอังกฤษปิดเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อประท้วง นั่นก็เพราะว่าวิิกิพีเดียมีการอ้างอิงความรู้ ข้อมูล สาระจากหนังสือเล่นต่างๆหรือเว็บไซต์ต่างๆนั่นเอง
การคัดค้านSOPAของเว็บไซต์ต่างๆ
ด้วยความที่ SOPAจัดการกับเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ยันถึงลิงค์ที่ไปปรากฏบนเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งรูปแบบของการโฆษณาหรือในเว็บบอร์ด Search engine ได้รับผลกระทบมากสุดครับเพราะการหายไปของลิงค์เว็บไซต์เหล่านี้ รวมไปถึงโฆษณาจะทำให้สูญรายได้ไปเป็นจำนวนมหาศาลครับ ส่วนพวกSocial Media ซึ่งมีการแชร์คลิบหรือลิงค์เป็นจำนวนมหาศาล อ้าวงานนี้ก็เงียบเหงาสิครับ
วิเคราะห์เรื่องSOPA
มันล้วงกันจริงๆนะแหละครับ การให้อำนาจกว้างขวางแบบนี้มันจะทำให้ระบบการเงินของเว็บไซต์ปั่นป่วนและการเข้าโซเชียลมีเดียก็จะกร่อยแบบชัดๆ ผมว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนบนอินเตอร์เน็ตคงได้เปลี่ยนจากพบกันบนFacebook มาเป็นเกมออนไลน์เหมือนสมัยแรดนรก เอ้ยRagnarok มาใหม่ๆเลยทีเดียว อืม นั่นเรื่องเล็กแต่หลายๆคนรู้สึกไม่ดีแน่ๆ
ให้ถามว่าใครได้จากSOPA คำตอบก็คือพวกที่ถือทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ เช่นค่ายเพลง ค่ายหนัง สำนักพิมพ์ ฯลฯ ซึ่งหากการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ต้องขอลิขสิทธิ์ก่อนเผยแพร่ แล้วก็รู้กันดีครับว่าน้อยครั้งที่จะให้กันฟรีๆแต่ต้องจ่ายเงินซื้อมา ดังนั้นผู้ถือทรัพย์สินทางปัญญานี่ได้กำไรมากกว่าปกติแยะ
ส่วนผู้เสียก็บรรดาเว็บไซต์จำนวนมากนี่แหละ รายได้จากการทำเว็บไซต์อาจจะร่วงกรูดได้หากการขอลิขสิทธิ์ การให้บริการต่างๆถูกระงับด้วยSOPA ซึ่งถ้าคุณทำเว็บไซต์แล้วคุณจะยอมให้SOPAมาดูดเงินคุณออกไปเหรอ
จุดนี่แหละที่ทำให้ผมว่ามันดราม่าแน่ และดราม่าระดับโลกด้วย ไม่รู้ว่างานนี้มหกรรมประท้วงแห่งตะวันออกกลาง(Arab Spring) จะลามเข้าไปในโลกไซเบอร์หรือไม่
ที่รู้แน่ๆคือ มันเหมือนบทละครน้ำเน่าประเภทแย่งชิงธุรกิจแขนงหนึ่ง กฏหมายทำให้ฝ่ายหนึ่งได้เงินแต่อีกฝ่ายเสียเงิน มันก็เลยมีการกัดกันไปกันมา แล้วยุคอินเตอร์เน็ตนี่มันก็ไปเร็ว หากปล่อยข้อมูลด้านเดียวออกมามันก็จะกลายเป็นการรวมพลรบดีๆนะแหละ
ผมไม่ได้สนับสนุนSOPAนะครับ แต่อยากให้ระวังเวลารับข้อมูลเหล่านี้ ผมบอกเลยว่าผมไม่เชื่อว่าSOPA ทำให้ผมcoverเพลงไม่ได้ เซฟรูปไม่ได้ ผมแค่รู้สึกว่ามันเป็นการปั่นให้เกลียดเท่านั้น
ความรู้สึกของผมต่อSOPA
สำหรับผมซึ่งมักจะหาความรู้ต่างๆ และชอบที่จะเข้าไปท่องเว็บไซต์วิกิพีเดีย(รวมไปถึงพวกwikiaด้วย) การที่วิกิพีเดียปิดเพื่อประท้วงชั่วคราวทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรหายไป (แต่ทำใจได้) แต่ถ้าเกิดว่าวิกิพีเดียถูกแบนถาวรผมก็ไม่รู้ว่าจะตามเทคโนโลยีอย่างไร หากเป็นแบบนั้นจริงผมก็มีแต่ต้องจ่ายค่าสมาชิกนิตยสารPopular mechanic กับ Topgear ซะแล้ว ถ้าพูดให้ง่ายกว่าอีกคือผมกลัวSOPA อยู่เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี ผมเองก็เคยอยู่ในยุคก่อนจะมีFacebook หรือก่อนที่อินเตอร์เน็ตไทยจะดีขนาดนี้ (พูดง่ายๆว่ายุคไม่มีเน็ตเล่น) ผมเองก็หาความรู้ได้โดยแลกกับเงิน และกองหนังสือ หาได้จากทั้งโรงเรียนและร้านหนังสือ อินเตอร์เน็ตทำให้ผมสามารถเ้ข้าถึงแหล่งความรู้ฟรีได้ ส่วนตัวผมชอบยุคนี้มากกว่านะ
สำหรับผมแล้วผมกังวลSOPA แต่ก็ต้องตามดูต่อไปครับว่ามันจะแย่ขนาดที่ผมคิดหรือไม่
แถมอีกนิด Soap opera แปลว่าละครน้ำเน่านี่แหละ เหตุผลก็เพราะในสมัยก่อนยุคทีวีขาวดำ(ของฝรั่งนะ) ละครพวกนี้จะคั่นเวลาด้วยโฆษณาสบู่ครับ ฝรั่งเลยเรียกพวกนี้ว่า"ละครสบู่"ไง
edit @ 19 Jan 2012 16:01:29 by คิวเบย์ ร็อคแตก